AppleCare คือตัวช่วยสำคัญในการปกป้องทุกอุปกรณ์ Apple ของคุณ
AppleCare คือตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ใช้ iPhone, iPad หรือ Mac ที่อยากให้เครื่องได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ถ้าคุณเพิ่งซื้ออุปกรณ์ Apple หรือเครื่องยังใหม่อยู่ คงเคยเห็นข้อความให้กดซื้อ AppleCare+ อยู่บ่อย ๆ แต่บางคนอาจยังสงสัยว่า AppleCare คุ้มไหม ควรซื้อ AppleCare ดีไหม AppleCare คุ้มครองอะไรบ้าง แล้วถ้าอยากซื้อเพิ่ม AppleCare Plus ราคาเท่าไหร่ ทำไมบางคนถึงมองว่ามันคุ้มค่ากว่าประกันปกติ ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง RHINOSHIELD จะมาอธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ พร้อมแนะนำอุปกรณ์เสริมจาก RHINOSHIELD เป็นอีกทางเลือกในการปกป้องอุปกรณ์ของคุณ
รู้จัก AppleCare คืออะไร เทียบ AppleCare+ อันไหนคุ้มกว่ากัน?
หลายคนอาจเคยเห็นตัวเลือก AppleCare+ ตอนซื้อ iPhone, iPad หรือ Mac แล้วสงสัยว่าซื้อ AppleCare ดีไหม AppleCare คุ้มไหม RHINOSHIELD ขอสรุปแบบง่าย ๆ AppleCare คือประกันพื้นฐานที่แถมมากับเครื่อง ครอบคลุมปัญหาจากการผลิตและแบตเตอรี่ที่เสื่อมก่อน 1 ปี แต่ถ้าเครื่องตกหรือโดนน้ำ ประกันนี้ไม่ช่วยอะไร ส่วน AppleCare+ จะเป็นเวอร์ชันพรีเมียมที่ซื้อแยกได้ ช่วยเพิ่มความคุ้มครองเรื่องอุบัติเหตุ ขยายระยะเวลารับประกัน และให้บริการสนับสนุนเทคนิคเต็มที่ ทำให้คุณสบายใจได้มากขึ้นเวลามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซึ่งหากถามว่าบริการสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร ลองมาดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้กันเลย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | AppleCare | AppleCare+ |
|---|---|---|
| สิ่งที่คุ้มครอง |
|
|
| ระยะเวลารับประกัน | 1 ปี | 2–3 ปี (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์) |
| จำนวนครั้งเคลมอุบัติเหตุ | – | ไม่จำกัด |
| บริการซ่อมและชิ้นส่วน | ซ่อมโดย Apple พร้อมชิ้นส่วนแท้ |
|
| สนับสนุนเทคนิค / Software | 90 วัน หลังซื้อเครื่อง |
ตลอดระยะเวลาคุ้มครอง เช่น
|
| ตัวเลือกการซ่อม | ต้องนำเครื่องเข้าศูนย์ Apple |
ตัวเลือกหลากหลาย:
|
| ค่าธรรมเนียมการเคลม | – |
|
AppleCare Plus ราคาตามอุปกรณ์ของ Apple นั้นเหมาะกับใครบ้าง ?
เมื่อเข้าใจแล้วว่า AppleCare คืออะไร AppleCare คุ้มครองอะไรบ้าง แล้วต่างจาก AppleCare+ อย่างไร จะเห็นได้ว่า AppleCare+ เป็นตัวช่วยที่เพิ่มความสบายใจให้ผู้ใช้งานได้มากกว่าแค่การรับประกันมาตรฐาน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักศึกษาที่ใช้เครื่องหนักเพื่อเรียนหรือพกพาไปมา ผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้ iPhone, iPad หรือ Mac ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่คนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ Apple ก็สามารถได้รับประโยชน์เต็ม ๆ จากการคุ้มครองอุบัติเหตุและบริการสนับสนุนทางเทคนิค
เพราะการมี AppleCare Plus ราคาที่สมัครเพิ่มเปรียบเสมือนการสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้เครื่องของคุณ พร้อมช่วยให้คุณใช้อุปกรณ์อย่างมั่นใจ ลดความกังวลเรื่องอุบัติเหตุ และทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าการลงทุนใน AppleCare Plus ราคาตามอุปกรณ์ต่าง ๆ เหมาะสมกับคุณหรือไม่
นักเรียนหรือนักศึกษา
นักเรียนหรือนักศึกษาที่ใช้อุปกรณ์หนัก ๆ สำหรับเรียนและพกพาไปมามักมีโอกาสทำเครื่องตกหรือเกิดอุบัติเหตุสูง AppleCare+ ช่วยให้คุณเคลมหน้าจอหรือซ่อมความเสียหายจากอุบัติเหตุได้หลายครั้งโดยไม่ต้องจ่ายค่าอะไหล่เต็มจำนวน อีกทั้งยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับนักศึกษาประมาณ 20% ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ผู้ใช้งานทั่วไป
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้อุปกรณ์ Apple เป็นประจำ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเสี่ยง เช่น กลางแจ้งหรือเดินทางบ่อย AppleCare+ จะช่วยให้สบายใจมากขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุ เช่น หน้าจอแตก เครื่องตกน้ำ หรือชิ้นส่วนภายนอกเสียหาย คุณสามารถซ่อมได้รวดเร็ว มีค่าบริการคงที่ และเข้าถึงบริการสนับสนุนด้านเทคนิคจาก Apple ได้อย่างสะดวก
ผู้ที่เปลี่ยนจากแบรนด์อื่นมาใช้อุปกรณ์ Apple
สำหรับคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ Apple อาจยังไม่คุ้นกับอุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ของ Apple การมี AppleCare+ จะช่วยให้คุณเริ่มใช้งานได้อย่างสบายใจ เพราะไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาด้านเทคนิค ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญของ Apple ได้ทันที และยังเข้าถึงการซ่อมด้วยชิ้นส่วนแท้ ทำให้การใช้งานราบรื่นขึ้นมาก และมั่นใจได้ว่าการลงทุนกับอุปกรณ์ใหม่คุ้มค่า
ควรซื้อ AppleCare Plus ราคาพร้อมตัวเครื่องหรือซื้อตอนไหนดี ?
อย่างที่ทราบกันว่า AppleCare+ เป็นตัวช่วยที่ให้คุณมั่นใจว่าอุปกรณ์ Apple จะปลอดภัยจากอุบัติเหตุและปัญหาที่ไม่คาดคิด แต่คำถามคือ “ควรซื้อ AppleCare+ ตอนไหน” และ “ซื้อยังไงถึงสะดวกที่สุด” จริง ๆ แล้วมีหลายทางเลือกให้คุณเลือกซื้อ ทั้งซื้อ AppleCare Plus ราคาพร้อมตัวเครื่อง ซื้อภายใน 60 วัน หรือเลือกซื้อหลังจากนั้นที่ Apple Store ซึ่งการรู้จักเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองจาก AppleCare Plus ราคาที่จ่ายไปแบบเต็มที่ ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาใด ๆ ก็ตาม
ซื้อพร้อมกับตัวเครื่อง
วิธีที่ง่ายที่สุดคือซื้อ AppleCare Plus ราคาต่าง ๆ พร้อมกับอุปกรณ์ Apple ของคุณตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad หรือ Mac โดยคุณสามารถซื้อได้ที่ Apple Store ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต หรือสั่งออนไลน์ การซื้อพร้อมอุปกรณ์จะทำให้คุณได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรก เผื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเครื่องมีปัญหา คุณก็สามารถเคลมได้ทันที นอกจากนี้ สำหรับอุปกรณ์บางรุ่น เช่น iPad หรือ Mac ที่มีราคาเกิน 5,000 บาท ก็ยังสามารถเลือกแบ่งชำระแบบ 0% ได้อีกด้วย
ซื้อภายใน 60 วัน
ถ้าคุณยังไม่ได้ซื้อ AppleCare Plus ราคาตามอุปกรณ์ตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องกังวล คุณสามารถซื้อได้ภายใน 60 วันหลังจากเปิดใช้อุปกรณ์ผ่านเว็บไซต์ Apple หรือแอปบน iPhone โดยระบบจะตรวจสอบหมายเลขเครื่องและเปิดใช้งานการวินิจฉัยจากระยะไกลให้เรียบร้อย วิธีนี้สะดวกและทำให้คุณยังได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบ
ซื้อที่ Apple Store
สำหรับคนที่พลาดช่วง 60 วันแรก ยังมีโอกาสซื้อ AppleCare Plus ราคาต่าง ๆ ตามอุปกรณ์ได้ไม่เกิน 1 ปีหลังจากซื้อเครื่อง เพียงนำอุปกรณ์ไปตรวจสภาพที่ Apple Store หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต เครื่องต้องไม่มีความเสียหายใด ๆ การซื้อรูปแบบนี้อาจใช้เวลา ทั้งยังต้องตรวจสอบสภาพเครื่อง แต่ก็ยังสามารถเพิ่มความคุ้มครองให้กับอุปกรณ์ได้
AppleCare Plus ราคากี่บาท ชวนเช็กราคาล่าสุดตามอุปกรณ์และรุ่น
ค่าบริการ AppleCare Plus ราคาจะแตกต่างกันไปตามประเภทและรุ่นของอุปกรณ์ ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถเลือกแผน AppleCare Plus ราคาที่เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณของคุณได้อย่างคุ้มค่า ด้านล่างนี้เป็นข้อมูล AppleCare Plus ราคาของแต่ละรุ่น พร้อมสรุปสิทธิประโยชน์หลักที่จะได้รับที่ RHINOSHIELD นำมาฝาก
iPhone
ถ้าคุณใช้ iPhone การมี AppleCare+ จะช่วยให้คุณสบายใจได้ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะหน้าจอแตก เครื่องตกน้ำ หรือปัญหาอื่น ๆ แถมยังเคลมแบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
iPhone 16e: 4,190 บาท (2 ปี)
iPhone 16 Plus: 6,790 บาท (2 ปี)
iPhone 16 / iPhone 17: 7,790 บาท (2 ปี)
iPhone Air / iPhone 17 Pro / iPhone 17 Pro Max: 7,790 บาท (2 ปี)
Mac
สำหรับผู้ใช้ Mac ทั้ง MacBook, iMac หรือ Mac Mini AppleCare+ จะช่วยปกป้องฮาร์ดแวร์จากความเสียหายและอุบัติเหตุ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมสูง
Mac mini: 3,900 บาท (3 ปี)
Mac Studio: 5,900 บาท (3 ปี)
iMac: 5,900 บาท (3 ปี)
MacBook Air 13 นิ้ว: 7,500 บาท (3 ปี)
MacBook Air 15 นิ้ว: 8,500 บาท (3 ปี)
MacBook Pro 14 นิ้ว: 10,900 บาท (3 ปี)
MacBook Pro 16 นิ้ว: 14,900 บาท (3 ปี)
Mac Pro: 17,900 บาท (3 ปี)
จอภาพ
สำหรับจอภาพราคาแพง AppleCare+ ช่วยให้คุณซ่อมหน้าจอและอุปกรณ์ภายนอกที่เสียหายได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายสูง
Apple Studio Display: 5,490 บาท (3 ปี)
Pro Display XDR: 17,900 บาท (3 ปี)
iPad
iPad เป็นอุปกรณ์ที่พกพาบ่อยและใช้งานหนัก AppleCare+ จะช่วยคุ้มครองหน้าจอและปัญหาอุบัติเหตุอื่น ๆ ให้คุณใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
iPad / iPad mini: 2,590 บาท (2 ปี)
iPad Air 11 นิ้ว (M3): 2,990 บาท (2 ปี)
iPad Air 13 นิ้ว (M3): 3,990 บาท (2 ปี)
iPad Pro 11 นิ้ว (M4): 5,990 บาท (2 ปี)
iPad Pro 13 นิ้ว (M4): 6,790 บาท (2 ปี)
Apple Watch
Apple Watch แม้จะเล็กแต่ก็มีค่า AppleCare+ จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าหากเกิดรอยขีดข่วน หน้าจอแตก หรืออุบัติเหตุใด ๆ จะซ่อมได้ง่ายและสะดวก
Apple Watch SE: 1,890 บาท (2 ปี)
Apple Watch Series 11: 2,990 บาท (2 ปี)
Apple Watch Ultra 3: 3,790 บาท (2 ปี)
Apple Watch Hermès / Hermès Ultra: 5,590 บาท (3 ปี)
หูฟัง
หูฟังก็มีโอกาสเสียหายได้ AppleCare+ ช่วยคุ้มครองอุบัติเหตุและปัญหาแบตเตอรี่ ทำให้คุณใช้ได้ยาว ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าอะไหล่
AirPods 4 / Beats: 1,090 บาท (2 ปี)
AirPods Pro 3: 1,490 บาท (2 ปี)
AirPods Max: 2,290 บาท (2 ปี)
Apple TV
สำหรับ Apple TV AppleCare+ ช่วยให้คุณซ่อมอุปกรณ์จากอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ พร้อมการสนับสนุนจาก Apple
Apple TV: 990 บาท (3 ปี)
HomePod
HomePod หรือ HomePod mini ก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน AppleCare+ จะช่วยคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
HomePod mini: 600 บาท (2 ปี)
HomePod: 1,500 บาท (2 ปี)
RHINOSHIELD อีกหนึ่งทางปกป้อง ให้คุณใช้เครื่องอย่างไร้กังวล!
นอกจาก AppleCare+ แล้ว การใช้อุปกรณ์เสริมคุณภาพสูงก็ช่วยเพิ่มเกราะปกป้องมือถือของคุณจากการตกหล่น รอยขีดข่วน หรือความเสียหายที่ไม่คาดคิดได้เช่นกัน ที่ RHINOSHIELD เรามีทั้งเคสกันกระแทก ฟิล์มกันรอย และอุปกรณ์เสริมครบครัน ทุกอุปกรณ์ล้วนออกแบบมาเพื่อให้อุปกรณ์ของคุณปลอดภัยเต็มที่ ถ้าคุณยังลังเลว่าจะเลือกอะไรดี จะซื้อ RHINOSHIELD ดีไหม ลองมาดูสินค้าที่เราแนะนำกันเลย
เคสกันกระแทก
- AirX : ปกป้องแรงกระแทกสูงสุดถึง 3.5 เมตร ด้วยถุงลม 360° กระจายแรงกระแทกรอบเครื่อง จับถนัดมือ ปุ่มฝังในตัวเพิ่มความปลอดภัย
SolidX/SolidSuit : แข็งแรงรอบด้าน ดูดซับแรงกระแทก 71% มุมเสริมความแข็งแรง ปกป้องระดับ Military Standard 3.5 เมตร รองรับ MagSafe
Clear : เคสใสพรีเมียม ไม่เหลือง ปกป้องแรงกระแทกสูงสุด 3.5 เมตร รองรับ MagSafe โชว์สีเครื่องชัดเจน แถมการรับประกันเคสไม่เหลืองตลอดอายุการใช้งาน
Mod NX : ปรับแต่งได้ 2 โหมด ทั้ง Bumper และแผ่นหลัง พร้อมดีไซน์ให้เลือกกว่า 1,000 แบบ ปกป้องด้วย ShockSpread สูงสุด 3.5 เมตร และรองรับ MagSafe
ฟิล์มกันรอยหน้าจอ
Impact Protection : ฟิล์ม 3D Impact PRO ปกป้องแรงกระแทกสูงสุด 5 เท่า ขอบบางเต็มจอ เคลือบป้องกันรอย คราบสกปรก และลดแสงสีฟ้า Blue Light Shield ติดตั้งง่ายแม่นยำ
ฟิล์มกระจกนิรภัยกันรอย 9H : กระจก 9H ทนรอยขีดข่วนสูง เคลือบกันน้ำมันและรอยนิ้วมือ โปร่งแสง 99% รองรับกรองแสงสีฟ้า ติดตั้งง่ายด้วยเครื่องมือช่วยจัดแนว
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงเข้าใจแล้วว่า AppleCare คืออะไร ต่างจาก AppleCare+ ยังไง AppleCare คุ้มครองอะไรบ้าง ควรซื้อ AppleCare ดีไหม หากซื้อ AppleCare คุ้มไหม จะเห็นได้ว่า AppleCare เป็นบริการเสริมที่ช่วยยกระดับการปกป้องอุปกรณ์ Apple ของคุณ ทำให้คุณมั่นใจว่าไม่ว่าการใช้งานประจำวันหรือเหตุไม่คาดฝันใด ๆ อุปกรณ์ของคุณก็ยังปลอดภัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งการตัดสินใจลงทุนใน AppleCare Plus ราคาเพิ่มเติมนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาการใช้งานของแต่ละคน นอกจากนี้ หากคุณต้องการทางเลือกเสริม การปกป้องอุปกรณ์ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก RHINOSHIELD ก็เป็นอีกทางเลือกที่คุณสามารถทำได้
ปกป้อง Apple ของคุณให้เต็มขั้น ยกระดับให้เหนือยิ่งกว่าเดิมกับอุปกรณ์เสริม RHINOSHIELD