ฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตก! เรื่องเล็ก ๆ ที่ใหญ่สำหรับคนรักมือถือ
เผลอทำโทรศัพท์ร่วง ฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตกอีกแล้ว หลายคนอาจคิดว่าก็แค่ฟิล์มโทรศัพท์แตก เปลี่ยนใหม่สิ แต่ถ้าต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ จนหมดค่าข้าวทั้งอาทิตย์ หรือแย่ไปกว่านั้นคือโทรศัพท์หน้าจอแตกจริง ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป จะใช้ฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์ก็กลัวว่าจะไม่ป้องกันไม่ดีเท่า วันนี้ RHINOSHIELD จะมาชวนคุยว่าทำไมฟิล์มกระจกถึงแตกง่าย พร้อมแชร์วิธีเลือกฟิล์มดี ๆ ที่ป้องกันได้จริง ให้โทรศัพท์อยู่กับคุณไปยาว ๆ โดยเฉพาะใครที่กำลังมองหาฟิล์มกระจกที่คุ้มค่าทั้งราคาและคุณภาพ มาทางนี้เลย RHINOSHIELD จัดให้ครบทั้งฟิล์มกันรอยหน้าจอ Impact Protection ฟิล์มกระจก 9H รวมถึงสายคล้องโทรศัพท์กันร่วง
ฟิล์มกระจกแตกง่ายไหม? ทำไมใช้แล้วฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตกบ่อย?
รู้ไหมว่าปัญหาโทรศัพท์หน้าจอแตกถือเป็นสาเหตุหลักของโทรศัพท์เสียอันดับต้น ๆ รองจากแบตเตอรี่เสื่อมเลยทีเดียว หลายคนอาจคิดว่าโทรศัพท์หน้าจอแตกเพราะซุ่มซ่ามทำหลุดมือตก แต่จริง ๆ แล้วโครงสร้างของหน้าจอก็มีส่วนสำคัญ มือถือสมัยนี้ประกอบด้วย 3 ชั้นหลักด้วยกันคือ กระจกหน้าจอ, ทัชสกรีนที่บางเฉียบเพียง 0.1 มม. และชั้นจอแสดงผล แค่แรงตกเพียงเล็กน้อย หรือโดนกดแรงก็ทำให้ชั้นทัชสกรีนเสียหายได้แล้ว
นอกจากโครงสร้างจอบอบบางแล้ว “ฟิล์ม” ก็มีผลต่อความทนทานเช่นกัน ฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์หรือแม้แต่ฟิล์มกระจกที่ขึ้นชื่อเรื่องการกันกระแทกที่ราคาถูก ๆ บางทียังไม่ทันตกก็แตกแล้ว อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตกก็อาจไม่ได้หมายความฟิล์มนั้นมีคุณภาพไม่ดีเสมอไป เพราะบางครั้งมันอาจช่วยรับแรงแทนหน้าจอจริงไว้ได้ ทำให้จอด้านในยังปลอดภัยอยู่ ดังนั้นเมื่อคุณเห็นฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตก อย่าพึ่งตกใจจนเกินไป ให้ลองเช็กก่อนว่าโทรศัพท์หน้าจอแตกจริงไหม แล้วเปลี่ยนไปเลือกฟิล์มคุณภาพดีที่ช่วยปกป้องได้จริง เพื่อให้มือถือคุณปลอดภัยจากการตกกระแทก
ฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตก อยากเปลี่ยนใหม่ ควรเลือกฟิล์มแบบไหนดี?
เมื่อรู้แล้วว่าหน้าจอมือถือมีหลายชั้นและบางเฉียบขนาดนี้ การเลือกฟิล์มที่ช่วยซับแรงกระแทกและป้องกันรอยได้อย่างเหมาะสมจึงสำคัญ ฟิล์มแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งความบาง ความแข็งแรง และความยืดหยุ่น ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน RHINOSHIELD จะมาแนะนำฟิล์มโทรศัพท์หลัก ๆ 3 ประเภท พร้อมฟีเจอร์พิเศษที่สามารถเลือกเพิ่มได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ
ฟิล์มพลาสติก
ฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์เป็นฟิล์มสุดคลาสสิกที่หาซื้อง่าย ราคาประหยัด เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยทำมือถือหล่น แต่ต้องการปกป้องรอยขีดข่วนและคงสีสันของหน้าจอ โดยฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์สามารถแบ่งออกได้เป็น
PET - ฟิล์มบางใส ราคาถูก ป้องกันรอยทั่วไปได้ดี แต่ไม่กันแรงกระแทกและติดลายนิ้วมือง่าย แนะนำใช้กับเคสแบบบาง ๆ หรือไม่เน้นกันกระแทกมาก
- TPU - ยืดหยุ่นสูงกว่า ช่วยลดรอยนิ้วมือได้ดีกว่า PET แต่ยังไม่เหมาะกับกันตกหนัก เหมาะกับเคสซิลิโคนหรือเคสบางที่ต้องการให้ฟิล์มโอบรับหน้าจอได้
ฟิล์มกระจก
ฟิล์มกระจกเป็นฟิล์มยอดนิยมสำหรับคนที่อยากได้การปกป้องเต็มที่ เพราะนอกจากช่วยกันรอยแล้ว ยังลดโอกาสหน้าจอแตกจากการตกได้มากกว่าฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์ เหมาะกับคนที่ใช้มือถือหนัก ๆ หรือทำตกบ่อย ๆ โดยฟิล์มกระจกทั่วไปมีระดับความแข็งตั้งแต่ 7H-9H+ ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทนต่อรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี
ฟิล์มไฮโดรเจล (Hydrogel Film)
ฟิล์มไฮโดรเจลเป็นนวัตกรรมใหม่ที่บางและยืดหยุ่นสูง จนแทบเหมือนไม่ได้ติดฟิล์ม แต่ให้การปกป้องรอยขีดข่วนและดูดซับแรงกระแทกได้ดี พิเศษตรงที่ฟิล์มสามารถโค้งรับกับหน้าจอโค้งหรือขอบจอได้เต็มที่ ทำให้หน้าจอเรียบเนียนสวยงามเหมือนเดิม
นอกจาก 3 ประเภทหลักที่กล่าวมาแล้ว ฟิล์มมือถือยังมีฟีเจอร์พิเศษให้เลือกตามไลฟ์สไตล์การใช้งานไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มด้านที่ลดแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ ฟิล์มถนอมสายตาที่ช่วยกรองแสงสีฟ้า ฟิล์ม Privacy ป้องกันคนอื่นมองหน้าจอ และฟิล์ม UV สำหรับมือถือจอโค้งที่ติดแน่นทุกมุม ซึ่งคุณสามารถผสมฟีเจอร์กับประเภทฟิล์มให้ตรงกับการใช้งานได้ เช่น ถ้ามือถือหล่นบ่อย เลือกฟิล์มกระจกเต็มจอ + ฟีเจอร์กันรอย หรือถ้าใช้มือถือทั้งวันเลือกไฮโดรเจล + ฟิล์มถนอมสายตา จะช่วยให้มือถือปลอดภัย ใช้งานสบายตามากขึ้น และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ครบทุกด้าน
ฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตกทำยังไงดี? มีวิธีแก้ไขเบื้องต้นอะไรบ้าง?
ก่อนรีบส่งซ่อม ลองเช็กก่อนว่าโทรศัพท์หน้าจอแตกถึงชั้นไหน ถ้าแค่ฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตกหรือกระจกด้านนอกร้าวแต่จอยังแสดงผลปกติ แปลว่ายังไม่ต้องเปลี่ยนจอใหม่ทั้งหมด แต่ถ้ามีจุดดำ เส้นรบกวน หรือภาพกะพริบ นั่นคือสัญญาณว่าชั้นจอแสดงผลเสียแล้ว ซ่อมเฉพาะจุดอาจไม่พอ ต้องเปลี่ยนยกชุด
ถ้า “ฟิล์มแตก” แต่จอไม่เป็นอะไร
RHINOSHIELD แนะนำให้เปลี่ยนฟิล์มใหม่ทันทีเพื่อป้องกันแรงตกกระแทกที่อาจเกิดขึ้นอีก อย่าปล่อยให้ฟิล์มโทรศัพท์แตกต่อไป เพราะเสี่ยงทำให้หน้าจอจริงเป็นรอยเพิ่มได้ พร้อมเลือกฟิล์มกระจก 9H คุณภาพดีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
ถ้า “จอแตกแล้ว”
ถ้าหน้าจอแตกและมีรอยร้าวอย่าใช้งานต่อ ให้ตรวจสอบว่ามือถือยังอยู่ในประกันหรือไม่ สำรองข้อมูลสำคัญไว้ก่อน แล้วค่อยส่งซ่อม นอกจากนี้อาจใช้เคสหรือฟิล์มชั่วคราวช่วยกันเศษกระจกไม่ให้บาดมือ และลดความเสียหายเพิ่มเติมระหว่างรอซ่อม
อุปกรณ์เสริมของ RHINOSHIELD ตัวช่วยป้องกันโทรศัพท์หน้าจอแตก!
การป้องกันโทรศัพท์หน้าจอแตกไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แค่เลือกใช้ฟิล์มกันรอยคุณภาพดี กระจกนิรภัยแข็งแรง และอุปกรณ์เสริมอย่างสายคล้องโทรศัพท์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกหรือกระแทกได้ถึง 90% ลองมาดูกันว่า RHINOSHIELD มีอุปกรณ์เสริมอะไรมาแนะนำคุณบ้าง
ฟิล์มกันรอยหน้าจอ Impact Screen Protector PRO
ฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์ขั้นสูงที่ยืดหยุ่น ซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น 5 เท่า ปกป้องหน้าจอจากการตกและแรงกระแทก พร้อมชั้นเคลือบป้องกันรอยขีดข่วน ลดฝุ่นและลายนิ้วมือ ให้หน้าจอใสสะอาดตลอดวัน มาพร้อมเทคโนโลยี Blue Light Shield ปกป้องสายตา ให้ประสบการณ์การใช้งานเต็มจอ มีตัวเลือกฟิล์มหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
ฟิล์มใส: ความโปร่งใสสูง ให้หน้าจอใสชัดเจน
ฟิล์ม Privacy: ปกป้องคนแอบมองจากด้านข้าง
ฟิล์มด้าน: สัมผัสเรียบลื่น กันฝุ่น เหมาะกับคนเล่นเกม
กระจกนิรภัย 9H
มอบการปกป้องหน้าจอที่เหนือชั้นด้วยความแข็งแกร่งระดับ 9H ทนต่อรอยขีดข่วนจากกุญแจ มีด หรือวัตถุแหลมต่าง ๆ พร้อมความโปร่งแสงสูง 99% ให้สีสันและความคมชัดชัดเจนเต็มที่ทั้งดูวิดีโอ ใช้ Face ID หรือวิดีโอคอล และยังเคลือบสาร Oleophobic และ Hydrophobic ช่วยป้องกันน้ำ คราบมัน และรอยนิ้วมือ ทำให้การสัมผัสลื่นไหลสบายมือ ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีกรองแสงสีฟ้า (เฉพาะ iPhone 16 และบางรุ่น) และเครื่องมือช่วยติดตั้งอัปเกรดใหม่ ให้ติดตั้งง่าย แม่นยำโดยไม่เกิดฟองอากาศ
สายคล้องโทรศัพท์
ไม่อยากให้มือถือหล่นโดยไม่ตั้งใจใช่ไหม? การใช้สายคล้องช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ ไม่ว่าจะใช้งานกลางแจ้ง เดินทาง หรือออกกำลังกาย ก็พกมือถือคู่ใจไปได้ทุกที่ แถมยังใช้คู่กับเคส RHINOSHIELD ที่มีช่องร้อยสายได้อย่างพอดี ลองมาดูกันว่ามีสายคล้องแบบไหนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณบ้าง
สายคล้อง Ultra 2-in-1: ปรับใช้ได้ทั้งสายสะพายและสายคล้องข้อมือ สายเดียวจบ เบา สบาย แข็งแรงทนทาน
สายคล้องอเนกประสงค์: สายกว้าง สบายไหล่ ตะขอล็อกแน่น ใช้งานง่าย มือเดียวเกี่ยว/ปลดได้ พกของเล็ก ๆ สะดวก
สายคล้อง Crossbody: ปรับความยาวได้ สะพายไหล่ คล้องมือ หรือคล้องแขน พร้อมห้อย AirPods, กุญแจ, AirTag ไปทุกที่
สายคล้องข้อมือ: เบา กะทัดรัด สัมผัสนุ่ม สวมสบาย มีให้เลือกทั้งแบบสายถักและ Hypoallergenic
สรุปแล้ว ปัญหาฟิล์มกระจกโทรศัพท์แตกอาจเริ่มจากความไม่ระวังหรือการเลือกฟิล์มที่ปกป้องได้ไม่ดีพอ แต่ไม่ต้องกังวลไป RHINOSHIELD มีทางเลือกให้คุณแบบครบจบ ทั้งฟิล์มพลาสติกโทรศัพท์ที่เหมาะกับหลายไลฟ์สไตล์ ฟิล์มกระจก 9H ที่แข็งแรง ป้องกันโทรศัพท์หน้าจอแตก รวมถึงสายคล้องและเคสกันกระแทกคุณภาพเยี่ยม ให้คุณได้ใช้งานมือถืออย่างมั่นใจ ทั้งยังสามารถพกพาได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา ถ้าหากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าฟิล์มโทรศัพท์แตกแล้วจะซื้อฟิล์มกระจกนิรภัยกันรอย 9H หรืออุปกรณ์เสริม RHINOSHIELD ดีไหม ลองแวะมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา แล้วเลือกดูสินค้าที่ถูกใจ ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคุณได้เลย
ฟิล์มไม่แตก จอไม่พัง เลือก RHINOSHIELD อุปกรณ์เสริมสำหรับคนรักมือถือ