บทความใหม่
เฉลิมฉลองให้กับการเป็นตัวของตัวเอง: เรื่องราวของ Matt
Yokphon Phuripanpinyo @ 2023-06-02 11:25:37 +0700ชื่อของผมคือ Matt (แมทต์) ผมอายุ 32 ปี มาจากประเทศแคนาดา แม้ว่าแคนาดาจะถูกมองว่าเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้า แต่ผมไม่เคยสัมผัสถึงการแสดงออกเชิงบวกต่อกลุ่ม LGBTQ+ ในชุมชนที่ผมเติบโตขึ้นเลย ผมเป็นเด็กขี้อายที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และทำตามสิ่งที่ครอบครัวและผู้คนในชุมชนของผมเชื่อว่าเป็นลักษณะของคน "ปกติ" ผมยังเป็นนักกีฬาชั้นแนวหน้า ซึ่งในโลกของกีฬานั้นเพศทางเลือกมักไม่ได้รับการยอมรับ ในฐานะสมาชิกของนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติแคนาดา ผมมักจะกังวลอยู่เสมอเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้อื่นที่มีต่อตัวผม ปัจจัยรอบตัวทั้งหมดนี้ทำให้การค้นหาตัวตนของผมที่กำลังสับสนในตัวเองอยู่นี้เป็นเรื่องที่ยาก และเป็นเหตุที่ทำให้ผมใช้เวลานานมากขึ้นในการยอมรับในตัวตนของตัวเอง ผมไม่สามารถค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวผมเองเจอ จนกระทั้งผมเลิกเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกถึงความเป็นอิสระ ผมสามารถแสดงตัวว่าผมเป็นเกย์ได้อย่างที่ต้องการ ผมได้เปิดโลกของผมให้กับมิตรภาพและประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าอัศจรรย์ ในขณะที่ผมสามารถใช้ชีวิตส่วนตัวได้อย่างสบายใจตามที่ผมต้องการ แต่ชีวิตการทำงานของผมกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมย้ายไปทำงานที่ทวีปเอเชียเพื่อเป็นครูประจำที่โรงเรียนนานาชาติ อย่างไรก็ตามผมมีความกังวลเกี่ยวกับการเปิดเผยเรื่องเพศวิถีของผม เพราะผมตระหนักอยู่เสมอถึงค่านิยมแบบดั้งเดิมและอคติของคนในพื้นที่ที่มีต่อครูชายที่เป็นเกย์ ในช่วงที่ผมสอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจีน มีอยู่คืนหนึ่งเพื่อนร่วมงานขี้เมาพาผมออกไปเที่ยวที่บาร์ ผมกลัวมากว่าผมอาจจะตกงานได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนั้นผมยังต้องรับมือกับความคิดของพ่อแม่หัวโบราณที่ไม่เข้าใจในตัวผมอีกด้วย ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่น่ากลัวได้เกิดขึ้นกับผม ระหว่างที่ผมกำลังเดินกลับบ้านในตอนดึกที่เมืองโตรอนโต มีรถคันหนึ่งที่เต็มไปด้วยผู้ชายขับตามผมมา จากนั้นพวกเขาก็ตะโกนด่าผมเสียงดังออกมานอกหน้าต่างรถ อีกหนึ่งเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ผมถูกตบหน้าเพราะวิธีการพูดของผม แต่โดยรวมแล้วผมถือว่ายังโชคดีที่ไม่ได้เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือการถูกเลือกปฏิบัติมากนักในชีวิตการเป็นเกย์ของผมที่ผ่านมา ครอบครัวของผมได้เปิดใจยอมรับและเข้าใจในตัวผมแล้ว ปัจจุบันผมอาศัยอยู่กับสามีในเมืองไทเป หนึ่งในสถานที่ที่ชาวเกย์ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะจับมือของสามีของผมในที่สาธารณะ สามีของผมชื่อ Julien (จูเลียน) อายุ 31 ปี เขามาจากฝรั่งเศส ด้วยความที่เขาเป็นชาวเอเชียในระหว่างที่เติบโตขึ้นมาเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากในการตามหาที่ที่เหมาะกับเขา หลังจากที่เขาเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของตัวเอง เขาเริ่มรู้สึกว่าเขาไม่สามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ด้วยมุมมองของผู้คนและการปฏิบัติต่อกลุ่มคนที่เป็นเกย์ในสังคมที่เขาอาศัยอยู่ นอกจากนั้น เขายังต้องเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับความคิดแบบคนเอเชียดั้งเดิมของคนในครอบครัว ซึ่งมองว่าการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศนั้นถือเป็นเรื่องต้องห้าม ประสบการณ์ที่บอบช้ำที่สุดเรื่องหนึ่งที่เขาได้เล่าให้ผมฟัง คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2012 ในช่วงที่เค้าเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวเป็นครั้งแรก เป็นร้านขายเสื้อผ้าผู้สตรี ระหว่างที่เขากำลังทำงานอยู่ในร้าน เขาได้ยินคนบนถนนพูดเสียงดังออกมาว่า "อย่าเข้าไปในร้านนี้นะ เจ้าของร้านดูท่าทางว่าจะเป็นเกย์ชาวเอเชีย" หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เป็นเวลาเกือบ 8 ปี ที่เขาตัดสินใจใช้ขีวิตอย่างเงียบ ๆ ระมัดระวังเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา และคอยระมัดระวังเป็นอย่างมากเกี่ยวกับความคิดของคนอื่นที่มีต่อเขา เพราะเขากลัวว่าสิ่งเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อธุรกิจของเขาได้ ในปัจจุบัน ตั้งแต่เขาตัดสินใจย้ายออกจากฝรั่งเศส ในแต่ละวันเขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขมากขึ้น เขารู้สึกว่าในที่สุดเขาก็สามารถเป็นคนที่เขาอยากจะเป็นได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่กับกลุ่มเพื่อนของเขา แต่ยังรวมไปถึงผู้คนในที่ทำงานอีกด้วย เราทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตของเราอย่างอิสระและภาคภูมิใจ เราไม่อยากที่จะจินตนาการเลยว่าเยาวชน LGBTQ+ ที่เติบโตขึ้นมาในสถานที่ที่มีการก่ออาชญากรรมความรุนแรงต่อผู้ที่มีความชื่นชอบเพศเดียวกันนั้น จะต้องพบเจอกับความยากลำบากแค่ไหน ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมาขณะที่ในหลาย ๆ ประเทศได้มีการเปิดกว้างและให้การต้อนรับต่อกลุ่ม LGBTQ+ มากขึ้น แต่สำหรับสังคมส่วนใหญ่ทั่วโลกนั้นยังคงต้องใช้เวลาอีกยาวนานในการต่อสู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนเเปลง...
เฉลิมฉลองให้กับการเป็นตัวของตัวเอง: เรื่องราวของ Anaïs
Yokphon Phuripanpinyo @ 2023-06-02 14:40:27 +0700เฉลิมฉลองการเป็นตัวของตัวเอง: เรื่องราวของ Pierre
Yokphon Phuripanpinyo @ 2023-06-02 11:09:42 +0700ผมชื่อ Pierre (ปิ-แอร์) อายุ 28 ปี มาจากชานเมืองลียง ด้วยพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศของผมทำให้ผมได้มีโอกาสทำงานด้านการตลาดที่ไต้หวันเป็นเวลา 5 ปี ผมเป็น LGBTQ+ ผมค้นพบตัวตนของตัวเองและจัดการความสัมพันธ์ของผมกับคนอื่นได้ โดยผมได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนฝูงที่ได้เปิดใจและยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น แต่อย่างไรก็ตาม ทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อกลุ่ม LGBTQ+ ในฝรั่งเศสนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผม ทำให้ผมตัดสินใจย้ายออกจากประเทศฝรั่งเศสเพราะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ตอนที่ผมอายุ 18 ปีมีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้เป็นอย่างดี วันนั้นผมไปเที่ยวคลับกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเพื่อนของเรามีเพื่อนชาย 2 คน ที่มีลักษณะอ้อนแอ้นและแต่งตัวคล้ายผู้หญิง ในระหว่างที่เรากำลังออกจากไนต์คลับ ได้มีคน 2 คนเดินตามพวกเรา จากนั้นตะโกนต่อว่าพวกเราด้วยถ้อยคำหยาบคายและข่มขู่ โชคดีที่วันนั้นผมพกสเปรย์พริกไทยไปด้วย ช่วยให้พวกเราพ้นจากเหตุการณ์อันตรายในวันนั้นได้อย่างปลอดภัย เรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผมรู้สึกหวาดกลัวที่จะอยู่ในที่สาธารณะไปช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วผมก็เข้าใจว่าการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง และไม่ยอมให้ความหวาดกลัวมาควบคุมชีวิตของผม แต่ทว่าการต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะบนสังคมออนไลน์นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงและควรได้รับการควบคุมดูแลโดยรัฐบาล อัตลักษณ์ LGBTQ+ ของผมส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวและอาชีพการงานของผม ถึงแม้ผมจะพยายามที่จะเป็นตัวของตัวเอง แต่ในบางครั้งผมกลับรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเพื่อนร่วมงานหรือคนที่เพิ่งรู้จักผม มักจะมีคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ หรือคำถามเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของผม ทุกครั้งที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ผมเลือกที่จะให้ความรู้กับพวกเขาเพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับ แทนการแสดงความรู้สึกไม่พอใจออกไป การใช้ชีวิตในไต้หวันทำให้ผมพบว่า ไต้หวันถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ เมื่อเทียบกับฝรั่งเศส ที่ไต้หวันมีความเกลียดชังต่อกลุ่ม LGBTQ+ ที่น้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนสังคมออนไลน์ที่คนรุ่นใหม่มีการเปิดใจ มีความสงสัย และมีการตั้งคำถามเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่าง แทนการตัดสินคนคนหนึ่งจากรสนิยมทางเพศ ความเชื่อทางศาสนา หรือภูมิหลัง เพื่อที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBTQ+ เราจำเป็นต้องมีนโยบายและการดำเนินการที่เหมาะสม ทั้งนี้การสร้างความรู้และความเข้าใจภายในสถานศึกษานั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ไม่ใช่เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกัน แต่เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับการแสดงออกทางเพศที่มีความหลากหลายและพื้นที่ของกลุ่ม LGBTQ+ ในสังคมให้กับเยาวชน การปลูกฝังและสร้างความเข้าใจตั้งแต่วัยเด็ก สามารถช่วยให้คนรุ่นใหม่มีการยอมรับในความหลากหลายได้มากขึ้น และช่วยนำไปสู่การลดความรุนแรงที่มีต่อกลุ่ม LGBTQ+ ได้อีกด้วย ผมหวังว่าในอนาคตข้างหน้าการเปิดเผยตัวตนของผู้ที่เป็น LGBTQ+ จะกลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป ไม่ใช่วาระพิเศษใด ๆ ผมได้จินตนาการถึงโลกที่ทุกคนสามารถแสดงออกเรื่องเพศวิถีได้โดยไม่ต้องกลัวการถูกตัดสินหรือถูกต่อต้าน และเมื่อมีการแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับ "การชื่นชอบเพศเดียวกัน" ผมหวังว่าจะได้รับการตอบสนองด้วยการแสดงความสนใจอย่างแท้จริง โดยมีการถามถึงชื่อของอีกคนและเรื่องราวที่ว่าพวกเขาพบกันได้อย่างไร การได้รับการตอบสนองเช่นเดียวกับผู้ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้ามหรือระหว่างชายหญิง สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาในการเป็น LGBTQ+ หรือต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติอยู่นั้น ผมอยากแนะนำคุณว่า: ให้คุณคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณเป็นหลัก...
เคสซิลิโคน VS เคสแข็ง เลือกใช้เคสมือถือแบบไหนดี
Yokphon Phuripanpinyo @ 2023-05-12 14:05:48 +0700เคสซิลิโคน หรือเคสแข็ง แบบไหนถึงจะดีกับโทรศัพท์มือถือของเรากันแน่นะ? หลาย ๆ คน คงเคยสงสัยกับคำถามนี้มาตลอดว่า เคสโทรศัพท์ซิลิโคน หรือเคสโทรศัพท์แบบแข็ง แบบไหนจะถนอมโทรศัพท์ได้มากกว่ากัน บ้างก็คิดว่าซิลิโคนเคสเนื้อนิ่มดีกว่า บ้างก็คิดว่าเคสแข็งเนื้อพลาสติกดีกว่า วันนี้ “RHINOSHIELD” ขออาสาพาทุกคนไปรู้ถึงข้อเปรียบเทียบระหว่างเคสซิลิโคน และเคสแข็งให้มากยิ่งขึ้น พร้อมบอกต่อข้อแนะนำการเลือกเคสให้เหมาะสมกับการใช้งานให้มากที่สุด ซึ่งจะมีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างไรบ้างนั้น ตามไปอ่านกันได้เลย เคสซิลิโคน VS เคสแข็ง พร้อมข้อเปรียบเทียบ จะเลือกใช้เคสโทรศัพท์แบบซิลิโคน หรือแบบพลาสติกเนื้อแข็งดี? แล้วแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ก่อนที่จะไปรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเคสซิลิโคน และเคสแข็งนั้น “RHINOSHIELD” ขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่าเคสโทรศัพท์ซิลิโคนและเคสโทรศัพท์แบบแข็งคืออะไร มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร เคสซิลิโคน คืออะไร เคสซิลิโคน หรือเคสโทรศัพท์เนื้อนิ่ม คือเคสแบบอ่อนนุ่มที่ทำจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น อย่าง ซิลิโคนนั่นเอง ซึ่งซิลิโคนเคสเป็นเคสโทรศัพท์แบบนิ่มที่มีลักษณะบาง มีความนุ่มมาก เหนียวเล็กน้อยเมื่อสัมผัส และยึดเกาะกับพื้นผิวที่วางอยู่ได้อย่างดี โดยรวมแล้วสามารถให้การปกป้องที่ดีสำหรับโทรศัพท์มือถือ เพราะวัสดุที่อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ง่าย นอกจากนี้เคสโทรศัพท์แบบนิ่มที่ทำจากซิลิโคนนี้ ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม เพราะทำจากวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ถึงแม้เคสซิลิโคนจะนิ่ม ยืดหยุ่น ให้การปกป้องที่ดีกว่าต่อความเสียหายสำหรับโทรศัพท์ เพราะวัสดุที่อ่อนนุ่มจึงสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ง่าย แต่เคสโทรศัพท์ซิลิโคนนั้นก็สีหมองลงและเสื่อมสภาพได้ง่าย อาจเกิดรอยเล็ก ๆ จากพื้นผิวที่เสียดสี และยังจับฝุ่นและสารอื่นๆ ได้ง่าย เมื่อเวลาผ่านไปเคสซิลิโคนโทรศัพท์นี้จะยืดออกตามธรรมชาติ เนื่องจากการหยิบจับ การหล่น หรือการบีบ ตรงนี้จะทำให้เคสเป็นสีน้ำตาลและสูญเสียการยึดเกาะ จุดเด่นของเคสแบบซิลิโคน 1. มีความยืดหยุ่น ยึดเกาะได้ดี 2. ง่ายต่อการสัมผัส ง่ายต่อการกดปุ่มต่าง ๆ 3. ความสามารถในดูดซับแรงกระแทกที่เพียงพอ จุดด้อยของเคสแบบซิลิโคน 1. เป็นคราบเปื้อนได้ง่าย 2. วัสดุยืด สีหมองลง และเสื่อมสภาพรวดเร็ว 3. ความยืดหยุ่นอาจทำให้เคสหลุดออกได้ เมื่อโทรศัพท์ตก เคสแข็ง คืออะไร เคสแข็ง หรือเคสโทรศัพท์แบบเนื้อแข็ง คือเคสแบบเปลือกแข็งที่จะคลุมทั้งด้านหลังของโทรศัพท์มือถือและมุมทั้งสี่ มักมีลักษณะเป็นแบบผิวด้านและเงา ซึ่งเคสโทรศัพท์แบบแข็งช่วยปกป้องด้านหลังและด้านข้างของโทรศัพท์มือถือจากการกระแทก การตกหล่น และรอยขีดข่วนได้เช่นเดียวกับเคสซิลิโคน แต่ในทางกลับกันเคสแข็งจะไม่สามารถยึดเกาะบนวัตถุได้ การไม่มีแรงเสียดทานในจุดต่าง...
ไอโฟนสีเหลือง สีออกใหม่ สำหรับ IPHONE 14 และ IPHONE 14 Plus
Yokphon Phuripanpinyo @ 2023-05-12 14:24:08 +0700ไอโฟนสีเหลือง เป็นไอโฟนสีล่าสุดที่ออกใหม่ของทาง Apple ที่เป็นสีสันเพิ่มเติมของ IPHONE 14 และ IPHONE 14 Plus ซึ่งใครที่เพิ่งซื้อไอโฟนสีนี้ไปและกำลังมองหาเคสโทรศัพท์สีต่าง ๆ รวมถึงเคสไอโฟนสีเหลืองที่เป็นเคสสีเหลืองหลากหลายเฉดสี เพื่อป้องกันตัวเครื่องจากการกระแทกและการถูกขีดข่วนบริเวณตัวเครื่อง สำหรับใครที่ใช้ไอโฟนสีเหลือง ไม่ว่าจะเป็น IPHONE XS, IPHONE 11, IPHONE 14 หรือ IPHONE 14 Plus แล้วอยากจับคู่กับเคสสีต่าง ๆ ที่มาพร้อมคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทกและกระจายแรงกระแทกได้ดี บอกเลยว่าผลิตภัณฑ์ของ “RHINOSHIELD” สามารถจับคู่กับไอโฟนสีเหลือง รวมถึงไอโฟนสีอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว ไอโฟนสีเหลืองเหมาะกับเคสสีไหน ไอโฟนสีเหลืองเหมาะกับเคสโทรศัพท์สีไหนนะ? จริง ๆ แล้ว วิธีหนึ่งในการจับคู่ก็คือเลือกเคสไอโฟนสีเหลืองที่มีสีเดียวกับสีเหลืองของโทรศัพท์ พยายามเน้นเคสสีเหลืองในเฉดสีเดียว เพราะจะทำให้มีความกลมกลืนกับสีของโทรศัพท์นั่นเอง นอกจากนี้ “RHINOSHIELD” ยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่ช่วยจับคู่เคสสีต่าง ๆ กับไอโฟนสีเหลืองให้สวย เก๋ ได้อย่างลงตัว จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ตามไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้เลย 1. Match ไอโฟนสีเหลืองกับ Monochromatic Colors Monochromatic Colors หมายถึงโทนสีที่สร้างขึ้นจากโทนสีที่แตกต่างกันของสีเดียว เมื่อเลือกสีที่เป็นสีหลักแล้วก็สามารถใช้วงล้อสี เพื่อเลือกเฉดสีต่าง ๆ ของสีเดียวกันนั้น โดยเปลี่ยนความอิ่มตัวและโทนสีของสีพื้นฐานเพื่อเลือกเฉดสีที่อ่อนลงและเข้มขึ้น โดยจะใช้องค์ประกอบต่อไปนี้… Hue - สีสัน หรือสีที่เด่น ในที่นี้หมายถึงสีพื้นฐาน Tone - สีพื้นฐานในเวอร์ชันที่หม่นกว่าที่ถูกเปลี่ยนโดยการเพิ่มสีเทาลงไป ทำให้สีที่ได้เป็นโทนสีที่หม่นกว่าสีเดิม ซึ่งสีที่มีสีเทาน้อยกว่าจะเป็นสีที่มีความอิ่มตัวมากกว่า Shade - สีพื้นฐานในเวอร์ชันที่เข้มกว่าที่ถูกเปลี่ยนโดยการเพิ่มสีดำเข้ามา ทำให้สีที่ได้มีความเข้มกว่าเดิม Tint - สีพื้นฐานในเวอร์ชันที่อ่อนกว่าที่ถูกเปลี่ยนโดยการเพิ่มสีขาวเข้าไปเล็กน้อย ทำให้ได้ระดับสีที่อ่อนลง ตัวอย่างเช่น หากใช้ไอโฟนสีเหลืองและต้องการหาเคสโทรศัพท์ โดยใช้เทคนิค Monochromatic เข้ามาช่วย ก็ตั้งสีพื้นฐานของเคสเป็นสีเหลือง ซึ่งเมื่อเลือกเป็นเคสสีเหลืองแล้วปรับตามองค์ประกอบของ...